“เฮ้ยแก เมื่อวานไม่ได้อ่านหนังสือมาเลยอ่ะ
ทำข้อสอบไม่ได้แน่เลย”
“นี่เมื่อวานไปดูหนังมา หนังสือไม่ได้อ่านซักตัวเลย”
“เมื่อคืนเล่นเกมถึงตีสาม นี่จะอ่านข้อสอบรู้เรื่องไหม
ยังไม่รู้เลยเนี่ย”
ทุกคนน่าจะเคยได้ยินคำพูดแบบนี้บ่อยมากในชีวิตการเรียน
โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าห้องสอบ ไม่ว่าจะได้ยินจากเพื่อน เป็นคนบอกเรา
หรือแม้กระทั่งได้ยินจากการที่เราเป็นคนพูดประโยคเหล่านี้กับคนอื่น
เคยสังเกตไหมว่าทุกครั้งที่มีคนมา พูดแบบนี้กับเรา
หลายคนก็มักจะมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า “จะพูดทำไม
บ่นไปก็ไม่เห็นเคยตก” “เห็นพูดแบบนี้ทุกครั้ง ก็ได้
คะแนนดีตลอด” หรือ “ถ้ายังไม่มั่นใจ
แล้วจะไปดูหนัง หรือมัวแต่เล่นเกมทำไม ควรเอาเวลาไปอ่านหนังสือสิ” แล้วเวลาที่ เราพูดประโยคเหล่านี้กับคนอื่นล่ะ เคยถามตัวเองแบบนี้บ้างไหม?
ทั้งๆที่บางครั้ง เราคิดว่าเราก็อ่านมาเต็มที่แล้วนะหรือ
แม้กระทั่งในใจลึกๆก็รู้สึกว่าพร้อมกับการสอบครั้งนี้
แต่ทำไมพอเจอหน้าเพื่อนมันก็ยังอดพูดแบบนี้ไม่ได้ทุกที
ในทางจิตวิทยาสังคมเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Self-Handicapping แต่ก่อนที่จะอธิบายว่าคืออะไร เราอยากจะ อธิบายคำอีกคำหนึ่งก่อน นั่นคือคำว่า Self-esteem
Self-esteem คือ การเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยคนที่มี Self-esteem สูง ก็มักจะเป็น คนที่มองตัวเองในแง่บวก มีความสุขกับชีวิต
รู้สึกว่าตนเองมีความสามารถและมีคุณค่า ในทางกลับกัน คนที่มี Self-
esteem ต่ำ ก็จะเป็นคนที่มองตนเองในแง่ลบ
รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่าและไม่มีความสามารถเหมือนคนอื่น ซึ่งการที่ Self-esteem จะสูงหรือต่ำนั้น
นอกจากมุมมองที่เรามีต่อตนเองแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตหรือมุมมองที่คนอื่นมีต่อตัวเราก็สามารถส่งผลต่อ Self-esteem ของเราได้เช่นกัน (Heatherton & Polivy,1998) เช่น หากเราโดนนินทา โดนตำหนิ หรือ สอบตก ก็อาจจะส่งผลให้ Self-esteem ของเราลดลง ในขณะเดียวกันหากเราได้รับคำชม ได้รับรางวัล หรือ
สอบได้คะแนนดีๆ ก็จะส่งให้ Self-esteem ของเราเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นทุกคนจึงพยายามทำทุกวิธีที่จะรักษา Self-esteem ของตนเองเอาไว้ และวิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือการพยายามแสดงออกแต่ด้านดีๆ
ของตนเองให้คนอื่นรับรู้และหาเหตุผลหรือสถานการณ์ต่างๆมาใช้ปิดบังข้อเสียของตนเองเอาไว้ให้มากที่สุด
ซึ่งนำไปสู่การเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า Self-Handicapping
Self-Handicapping (Berglas & Jones, 1978) หรือแปลเป็นไทยว่า การทำให้ตนเองเสียเปรียบ จะเกิดขึ้นเมื่อเรากำลังจะต้องทำในสิ่งที่เราไม่มั่นใจ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
สถานการณ์ในบทความนี้ก็คือ การสอบ ถ้าเราลองคิดดีๆ จะเห็นว่าในวิชาที่ค่อนข้างง่าย เรามักจะไม่ค่อยได้ยินคำพูดในลักษณะที่ว่าไม่ได้เตรียมตัวมา หรือ คำพูดที่แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมในด้านต่างๆ แต่ในวิชาที่ยาก เราจะได้ยินประโยคเหล่านี้จนเป็นเรื่องปกติ สาเหตุนั่นก็เป็นเพราะว่าในวิชาที่ยาก เราจะเกิดความไม่มั่นใจและกลัวว่าจะทำคะแนนได้ไม่ดี หากเราเข้าไปสอบเลย แล้วผลออกมาว่าเราได้คะแนนไม่ดีจริงๆ เราก็จะคิดว่า คนอื่นต้องมองว่าเราไม่ฉลาดแน่ๆ
ดังนั้นเราจึงต้องพยายามสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้ตัวเองทำไม่ได้จริงๆ
และบอกกับคนอื่นเอาไว้ล่วงหน้าก่อนจะเข้าไปสอบ ไม่ว่าจะเป็นการบอกคนอื่นว่าไม่ได้อ่านหนังสือมาหรือไม่ได้เตรียมตัวมา
หรือเป็นการกระทำที่ให้คนอื่นเห็นชัดเจน เช่น ไปดูหนังแล้วถ่ายรูปบัตรชมภาพยนตร์ลง facebook หรือ Instagram ก่อนวันสอบ
เพราะการที่ทุกคนรับรู้สิ่งเหล่านี้แล้ว ถึงแม้เราสอบแล้วได้คะแนนออกมาไม่ดี
เราก็จะรู้สึกว่าเรามีเหตุผลที่เราทำไม่ได้ซึ่งเกิดจากปัจจัยอื่นๆ
ทั้งเพื่อนมาชวนไปดูหนัง กลับบ้านดึก ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ
หรือเราไม่ได้ตั้งใจอ่านหนังสือตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่เก่ง
ซึ่งถือเป็นการช่วยรักษาระดับ Self-esteem ของตนเองเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
แต่ถ้าการสอบในครั้งนั้นเราทำคะแนนออกมาได้ดี ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่ม Self-esteem ให้กับตนเองมากขึ้นไปอีก
![]() |
| ไฟนอลคืออะไรไม่รู้จัก เทมาดูหนังแล้ว |
การใช้ Self-Handicapping ในสถานการณ์ที่เราไม่มั่นใจจริงๆ
ก็จะถือเป็นการช่วยรักษา Self-esteem และทำให้เราสบายใจขึ้นได้
แต่ถ้าใช้ Self-Handicapping ทุกครั้งจนติดเป็นนิสัยหรือกลายเป็นความเคยชิน
มันก็อาจจะส่งผลให้เราลดความตั้งใจที่จะพยายามทำสิ่งเหล่านั้นลงได้ เช่น
การที่เราใช้ Self-Handicapping ทุกครั้งในการสอบ
ก็อาจส่งผลให้ความตั้งใจในการอ่านหนังสือของเราลดลงเพราะเราจะรู้สึกว่าแค่หาเหตุผลมาอธิบายได้เพื่อนก็ไม่คิดว่าเราไม่เก่งแล้ว
ซึ่งมันก็ย่อมส่งผลเสียแก่ตัวเราได้ในระยะยาว
🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺🔻🔺
สุดท้ายก็อยากจะฝากไว้ว่า
ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเวลาที่เราต้องทำในสิ่งที่เราไม่ถนัดหรือไม่มั่นใจ
ก็คือการพยายามศึกษา ฝึกฝนและหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเรื่องการเรียน
ถ้าเรากลัวว่าเราจะทำข้อสอบไม่ได้ เราก็ต้องขยันให้มากขึ้น ตั้งใจเรียนให้มากขึ้น
และหมั่นทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ เพราะวิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษา Self-esteem ให้เราได้แล้วความรู้และทักษะที่เราได้มาก็จะเป็นความสามารถที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาทฤษฎีและงานวิจัยทางจิตวิทยาสังคม
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



